วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

กาน้ำตาล(ตราประทับน้ำตาลปี๊บ)

          จากที่มีสมาชิกได้โพสภาพกาน้ำตาล(ตราประทับน้ำตาลปี๊บ) ในกลุ่มหอจดหมายเหตุสมุทรสงคราม ทำให้หลายท่านสนใจ ผู้ที่เคยทำน้ำตาลก็นำภาพกาน้ำตาลที่มีและเคยใช้มาแสดงให้ดู ซึ่งมีความงดงามแตกต่างกันไป เป็นศิลปะในท้องถิ่นเฉพาะกลุ่มอาชีพน้ำตาลเลยทีเดียว ผู้เขียนก็เลยลองไปสืบค้นจากกูรูที่ค้าขายและทำน้ำตาลมะพร้าวว่ากาน้ำตาลนี้มีความเป็นมาอย่างไร
          ได้สนทนากูรูน้ำตาลมะพร้าวหลายท่าน ท่านแรกคือคุณชัยยันต์ อยู่ศิริ ปัจจุบันท่านเป็นประธานสภาเกษตร ท่านเคยเป็นผู้ค้าขายน้ำตาลปี๊บ ได้เล่าให้ฟังว่าตอนเด็กๆ ยายท่านเล่าให้ฟังว่ากาน้ำตาลนี้เกิดขึ้นช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ แต่เดิมการทำน้ำตาลมะพร้าวนั้นจะทำเป็นปึก คือเมื่อกระทุ้งน้ำตาลจนงวดได้ที่ ก็จะเทน้ำตาลใส่ในแบบพวกชามหรือกาลามังที่มีขนาดพอดีน้ำหนักที่ต้องการ และถ้าโบราณหน่อยจะบรรจุในหม้อตาลที่ทำจากดินเผา จนมีการนำปี๊บโลหะเข้ามาใช้แทน จนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ซึ่งเป็นช่วงที่โรงงานผลิตปี๊บหยุดดำเนินกิจการไปหลายที่ ทำให้ปี๊บขาดตลาด จึงต้องเวียนใช้ปี๊บจนทะลุและผุ คนทำตาลจึงใช้ชันบ้าง ดินเหนียวบ้างปะและอุดปี๊บดังกล่าว ทำให้คุณภาพน้ำตาลแย่ลง โดยที่ผู้ค้าไม่รู้ว่าน้ำตาลที่ด้อยคุณภาพมาจากผู้ผลิตเจ้าใด ป้าทองคำ เจือไทย ผู้ทำน้ำตาลมะพร้าว ต.แหลมใหญ่ เสริมว่า นอกจากการอุดด้วยดินหรือชันแล้ว ยังมีปัญหาน้ำตาลช๊อตอีกที่ทำให้คุณภาพน้ำตาลปี๊บตกต่ำ น้ำตาลช๊อตนั้นเกิดจากการที่ตอนเคี่ยวน้ำตาลนั้น เคี่ยวน้ำตาลนานเกินไปทำให้น้ำตาลมีกลิ่นไหม้ และมีสีน้ำตาลเข้มมากกว่าปกติ เมื่อเทน้ำตาลใส่ปี๊บน้ำตาลจะร้อนระอุอยู่ในปี๊บนานกว่าปกติมาก ทำให้น้ำตาลยิ่งไหม้มากกว่าเดิม บางครั้งไหม้ถึงขั้นดำอยู่ในปี๊บเลยโดยที่ด้านบนยังเป็นสีเหลืองอยู่ ยุคแรกๆ ที่ใช้ปี๊บจะตรวจสอบโดยการใช้เหล็กแหลมที่มีลักษณะเป็นรางยาวประมาณเท่าความสูงของปี๊บคว้านลงไปในเนื้อน้ำตาล เพื่อดูเนื้อน้ำตาลในปี๊บว่ามีสีอย่างไร ช๊อตหรือมีดินและชันผสมหรือไม่หากมีก็จะไม่รับซื้อ แต่วิธีนี้ก็สร้างปัญหาตามมาคือ เมื่อคว้านเอาเนื้อน้ำตาลขึ้นมา จะทำให้ความชื้นเข้าไปถึงก้นปี๊บ ผลที่ตามมาคือน้ำตาลจะเหลวง่ายขึ้น เก็บไว้นานไม่ได้ หากเก็บไว้นานน้ำตาลจะเหลวทั้งปี๊บเลย กาน้ำตาลจึงเป็นพัฒนาการต่อมาที่ช่วยให้ผู้ค้าสามารถรู้ได้ว่าน้ำตาลของเจ้าไหนมีความน่าเชื่อถือ เพราะกาน้ำตาลจะบอกถึงผู้ผลิตว่าคือใคร อยู่แถวไหน อาจารย์ปรีชา เจี๊ยบหยูบอกว่า ในทางกลับกัน กาน้ำตาลนี้ก็เป็นเครื่องมือในการการันตีคุณภาพของน้ำตาลของผู้ผลิตเองด้วย น้ำตาลมะพร้าวของบางเจ้าที่มีคุณภาพดี เมื่อประทับตราแล้ว สามารถเรียกราคาได้ อาจารย์ปรีชายกตัวอย่าง เช่น ตรากุหลาบของบ้านเราจะไปครองตลาดขายดีในแถบนครสวรรค์เลยทีเดียว


ตราสุพรรณหงษ์
ทั้ง ๒ ภาพ เป็นภาพของคุณ ณรงค์ บุญมี โพสไว้ที่กลุ่ม สมุทรสงครามจัดการตนเอง 
          อาจารย์ปรีชายังบอกอีกว่ากาน้ำตาลสมัยแรกๆ จะใช้ไม้สักมาแกะสลัก แต่ไม้สักนั้นเนื้อไม้มีความนิ่มพอสมควร ประกอบกับเวลาจะใช้ประทับตรานั้น ต้องนำกาน้ำตาลแช่น้ำทิ้งไว้ก่อนจะนำมาประทับบนน้ำตาลที่กระทุ้งจนงวดแล้วมาเทใส่ปี๊บ ต้องประทับในช่วงที่น้ำตาลเริ่มอยู่ตัวแล้วแต่ยังไม่แข็งตัว ซึ่งยังร้อนอยู่มาก กาน้ำตาลที่ทำจากไม้สักจึงเปื่อยง่าย ในยุคต่อมาจึงมีการเปลี่ยนมาใช้ไม้ที่เนื้อแข็งขึ้น เช่นไม้แดง ไม้ตะเคียน
          พี่คัมภีร์(เค) ยังให้ข้อมูลอีกว่า ถ้าสังเกตดูให้ดีกาน้ำตาลทุกอัน จะต้องเจาะรูตรงพื้นที่ที่มีการแกะสลักให้ทะลุไปด้านหลังเป็นช่วงๆ เพื่อใช้ระบายอากาศ เวลาที่กดแบบลงบนน้ำตาลจะทำให้เนื้อน้ำตาลเข้าไปในร่องที่แกะสลักได้เต็มที่ ก็จะทำให้ลวดลายเด่นชัดสวยงาม

ด้านล่างจะเป็นกาน้ำตาลที่รวบรวมมาจาก เฟซบุ๊กของกลุ่มสมุทรสงครามจัดการตนเอง และหอจดหมายเหตุสมุทรสงคราม
ตราอยู่ที่ดวง
ภาพของคุณ ต่าย หนุ่มชาวสวน คอมเม้นไว้ที่กลุ่ม สมุทรสงครามจัดการตนเอง



ตราฉลามและสมอเรือ
ภาพของคุณ แบงค์ อะไหล่ซิ่ง คอมเม้นไว้ที่กลุ่ม สมุทรสงครามจัดการตนเอง 

 ตราเด่นชัย
ภาพของคุณ Chai-Pongphop Mekborisu คอมเม้นไว้ที่กลุ่ม สมุทรสงครามจัดการตนเอง 


ตราดาว ๕ แฉก
ภาพของคุณ จอย อยู่ประเสริฐ คอมเม้นไว้ที่กลุ่ม สมุทรสงครามจัดการตนเอง 


ตรามงกุฎและกระบี่ไร้เทียมทาน
ภาพของคุณ ณภฎล ประมวล คอมเม้นไว้ที่กลุ่ม หอจดหมายเหตุสมุทรสงคราม



 
ตราหวานจิต
ภาพของคุณ สุทธภา อยู่เมือง คอมเม้นไว้ที่กลุ่ม หอจดหมายเหตุสมุทรสงคราม


  ลักษณะตราที่ประทับแล้วบนเนื้อน้ำตาลในปี๊บ
ภาพของคุณ  ไอ้หยอย ราสต้า โพสไว้ที่กลุ่ม สมุทรสงครามจัดการตนเอง


 ลักษณะตราที่ประทับแล้วบนเนื้อน้ำตาลในปี๊บ ตรากวาง
ภาพของคุณ  พิมประภัทร์ บานเย็น คอมเม้นไว้ที่กลุ่ม สมุทรสงครามจัดการตนเอง 







อ้างอิง
คุณชัยยันต์ อยู่ศิริ
ป้าทองคำ เจือไทย
อาจารย์ปรีชา เจี๊ยบหยู
คุณอาคม จันทรกูล
คุณคัมภีร์ ทองเปลว